การพัฒนาเศรษฐกิจของไทย
ความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ
1 การเพิ่มของจำนวนประชากร ซึ่งไม่ สมดุลกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่ างจำกัดจึงจำเป็นต้องพั ฒนาคนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ า ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประชากรมีความเป็นอยู่ที่ดีหรื อมีสวัสดิการทางเศรษฐกิจสูงขึ้ น มีชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบาย ได้ใช้สินค้าดีราคาไม่แพง และมีบริการสนองความต้องการอย่ างทั่วถึงและมีคุณภาพ เช่น การคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร ที่อยู่อาศัย ฯลฯ
2 โครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีลักษณะผูกขาดโดยคนส่วนน้อย เกิดการกระจายรายได้ที่ไม่เป็ นธรรม และมีช่องว่างระหว่างคนรวยกั บคนจน ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ รัฐสามารถช่วยเหลือผู้ด้ อยโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมได้ มากขึ้นอย่างมีคุณภาพ เช่น คนยากจน คนพิการ เด็กกำพร้า คนชรา คนว่างงาน และผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นต้น
3 ระบบเศรษฐกิจและสังคมของไทยเป็ นระบบเปิด คือ ต้องพึ่งทุนและการค้ากับต่ างประเทศ รวมทั้งเปิดกว้างรับเทคโนโลยี การสื่อสาร วัฒนธรรม การศึกษา และการปริโภคจากโลกตะวันตกอย่ างเต็มที่ ทำให้สังคมไทยต้องเร่งพั ฒนาตนเองให้สามารถแข่งขันและรู้ เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในสั งคมโลกได้ เพื่อมิให้ถูกเอาเปรียบ ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้ าทางเศรษฐกิจจนได้ชื่อว่าเป็ นประเทศที่พัฒนาแล้วส่งผลให้มี ความมั่นคงทางการเมื องและการทหาร มีกองทัพที่เข้มแข็ง ทำให้ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจหรืออิ ทธิพลของชาติมหาอำนาจ
4 การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้ อมทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย และภัยจากธรณีพิบัติ (แผ่นดินไหวและสึนามิ) เป็นต้น รวมทั้งการเกิดโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก ไข้เลือดออก ฯลฯ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้ อนผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้ าทางเศรษฐกิจจนได้ชื่อว่าเป็ นประเทศที่พัฒนาแล้วส่งผลให้มี ความมั่นคงทางการเมื องและการทหาร มีกองทัพที่เข้มแข็ง ทำให้ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจหรืออิ ทธิพลของชาติมหาอำนาจ ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิ จเจริญก้าวหน้าจะเกิดผลดีต่ อประชาชน คือ
(1) มีมาตรการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุ มวิกฤตจากภัยธรรมชาติให้ บรรเทาลงได้
(2) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทั นท่วงที ช่วยให้ประชาชนดำรงชี วิตอยู่อย่างปลอดภัย เช่น มีงบประมาณสร้างเขื่อนประตู ระบายน้ำ ศูนย์เตือนภัย และสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้ผู้ ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น
5 ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพั ฒนามีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่ต่ำ กว่าเกณฑ์พื้นฐาน อันเนื่องมาจากปัญหาความยากจน ทำให้ขาดแคลนสิ่ งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมทั้งปัจจัย 4 ในการดำรงชีพ และไม่อาจเลือกอาชีพการงานได้ ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิ จเจริญก้าวหน้าส่งผลให้ ประชาชนมีอาชีพและรายได้ดี มีกำลังซื้อสูง ทำให้มีอิสระในการดำเนินชีวิ ตมากขึ้น เช่นมีอิสระในการเลือกอาชี พตามความถนัดและความสนใจ ทำให้ชีวิตมีสุข
ปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ
ประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิ จเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเกิ ดจากความได้เปรียบในปัจจัยสำคั ญ 2 ประการ คือ
1. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิ จโดยตรง สรุปได้ดังนี้
(1) ที่ดิน มีพื้นที่ประเทศกว้างใหญ่ มีดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำสายยาว หลายสายไหลผ่านพื้นที่เพาะปลูก มีทรัพยากรป่าไม้ แร่ธาตุ และมีทรัพยากรนันทนากร (แหล่งท่องเที่ยว) อย่างอุดมสมบูรณ์
(2) แรงงาน มีประชากรมีคุณภาพ มีการศึกษาดี มีระเบียบวินัย และเคารพกฎหมายของบ้านเมือง เป็นแรงงานมีฝีมือซึ่งผ่านการพั ฒนาฝึกฝนทักษะเป็นอย่างดี
(3) ทุน มีเครื่องมือ เครื่องจักร และนิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัย มีสาธารณูปโภคและปัจจัยพื้ นฐานทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา การสื่อสารและการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น รวมทั้งมีสถาบันการเงินเป็นแหล่ งเงินทุนที่สำคัญของผู้ ประกอบการ
(4) เทคโนโลยี มีความเจริญก้าวหน้ าทางเทคโนโลยี โดยนำวิทยาการหรือเทคโนโลยีสมั ยใหม่มาใช้ในการผลิตสินค้าทั้ งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ
(5) ตลาด มีตลาดขนาดใหญ่รองรับผลผลิตอย่ างกว้างขวาง ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่ างประเทศ ช่วยกระตุ้นให้การผลิตขยายตัว เกิดการจ้างงาน และเกิดธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เช่น การขนส่งสินค้า ประกันภัยสินค้า ทำป้ายโฆษณา สิ่งพิมพ์ กล่องกระดาษและบรรจุภัณฑ์
2. ปัจจัยทางสังคม และการเมืองการปกครอง เป็นปั จจัยสนับสนุนให้การพัฒนาเศรษฐกิ จของประเทศเจริญก้าวหน้าอย่ างรวดเร็ว ดังนี้
(1) สถาบันครอบครัว มีสถาบั นครอบครัวที่เข้มแข็ง มีความสามารถในการเลี้ยงดูสมาชิ กในครอบครัวและให้การศึ กษาอบรมอย่างมีคุณภาพ
(2) โครงสร้างทางสังคม ชนชั้นในสั งคมไม่ยึดมั่นตายตัว ชนชั้นล่างหรือกลุ่มคนระดั บรากหญ้าสามารถเปลี่ยนหรือเลื่ อนฐานะทางสังคมได้ง่ายจากการศึ กษาและอาชีพ ทำให้เกิดชนชั้นกลางใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น วิศวกร ช่างฝีมือ โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิ จของประเทศ
(3) การเมืองการปกครอง และกฎหมาย เป็นประเทศที่มีลั กษณะดังนี้ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ มั่นคง บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีปัญหาความขัดแยงทางการเมื องภายในอย่างรุนแรง และมีบรรยากาศที่เอื้อต่ อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ มี กฎหมายส่งเสริมการลงทุน คุ้มครองแรงงาน คุ้มครองผู้บริโภค และสนับสนุนเกษตรกรในด้ านราคาผลผลิต เป็นต้น
เครื่องชี้วัดการเจริญเติ บโตทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นการดำเนิ นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิ ดการเจริญเติบโตอย่ างเหมาะสมและมีเสถียรภาพ ส่งผลให้รายได้ที่แท้จริงเฉลี่ ยต่อบุคคลเพิ่มสูงขึ้น และท้ายที่สุดทำให้คุณภาพชีวิ ตของประชาชนดีขึ้น โดยสามารถวัดการพัฒนาเศรษฐกิ จจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิ จควบคู่ไปกับความอยู่ดีกินดี ของประชาชน ดังนี้
1. ดัชนีวัดการเจริญเติ บโตทางเศรษฐกิจ แสดงถึงการขยายตั วทางเศรษฐกิจ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ รายได้ประชาชาติ เป็นต้น
2. ดัชนีวัดความอยู่ดีกินดี ของประชาชน แสดงถึงระดับความเป็ นอยู่ของประชาชน เช่น อัตราการอ่านออกเขียนได้ อายุเฉลี่ยของประชากร อัตราการตายของทารก อัตราส่วนของแพทย์ต่ อจำนวนประชากร เป็นต้น ทั้งนี้ดัชนีชีวัดการเจริญเติ บโตทางเศรษฐกิจ เป็นดัชนีพื้นฐานเบื้องต้นที่ จะสะท้อนภาพการขยายตั วทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้
(1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)
เป็นตัวชี้วัดการเจริญเติ บโตทางเศรษฐกิจที่นิยมใช้มากที่ สุด เพราะแสดงถึงความสามารถในการผลิ ตและการบริโภคของประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศเป็นมูลค่ าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ าย ซึ่งผลิตขึ้นโดยใช้ทรั พยากรภายในประเทศในรอบระยะเวลา 1 ปี
เป็นตัวชี้วัดการเจริญเติ
GDP : มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุ ดท้ายที่ผลิตขึ้ นโดยคนไทยและชาวต่างชาติโดยใช้ ทรัพยากรของประเทศไทย
(2) ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross National Product : GNP)
แสดงถึง ความสามารถในการผลิต การบริโภคของคนไทยทั้งประเทศ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเป็ นมูลค่าของสินค้าและบริการขั้ นสุดท้าย ซึ่งผลิตขึ้ นโดยคนไทยในประเทศและคนไทยในต่ างประเทศ
GNP :GDP + รายได้สุทธิจากปัจจัยการผลิตต่ างประเทศ
(3) รายได้ประชาชาติ (National Income : NI)
คือ มูลค่าของรายได้ที่ประชาชน คนไทยในประเทศและคนไทยที่ ไปทำงานในต่างประเทศได้รับในช่ วงระยะเวลา 1 ปีทั้งนี้รายได้ประชาชาติ คำนวณจากผลิตภัณฑ์ มวลรวมประชาชาติ หักด้วยภาษีทางอ้อมและค่าเสื่ อมราคา
คือ มูลค่าของรายได้ที่ประชาชน คนไทยในประเทศและคนไทยที่
NI : GNP – (ภาษีทางอ้อม + ค่าเสื่อมราคา)
(4) รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล (Per Capita Income)
คำนวณได้จากรายได้ ประชาชาติหารด้วยจำนวนประชากร ซึ่งใช้เป็นดัชนีสำหรับเปรี ยบเทียบระดับความอยู่ดีกินดี ของประชาชนของประเทศต่าง ๆ
คำนวณได้จากรายได้
การวัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิ จเป็นส่วนหนึ่งของการวัดการพั ฒนาเศรษฐกิจดังที่ได้กล่าวไปแล้ วข้างต้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีแนวคิดการวัดความสุ ขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness : GNH) ขึ้น เนื่องจากการพัฒนาที่ผ่านมามุ่ งเน้นแต่การเจริญเติ บโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว จนละเลยความสุขซึ่งเป็นเป้ าหมายสูงสุดของการพัฒนาเศรษฐกิ จและสังคม ทั้งนี้ยังไม่มีดัชนีวัดความสุ ขมวลรวมประชาชาติที่แน่นอนหรื อชัดเจนในขณะนี้ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการให้ ความสำคัญกับความสุ ขของประชาชนมากกว่าการมุ่งเน้ นแต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ประเทศที่เป็นผู้นำเสนอแนวคิ ดการวัดความสุขมวลรวมประชาชาติ
(Gross National Happiness : GNH) ขึ้นคือ ประเทศภูฏาน โดยมีหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ
1) การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
2) การอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่ าทางวัฒนธรม
3) การรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
4) การมีธรรมาภิบาล
แหล่งที่มา : https://sites.google.com/